Home วาไรตี้ บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ

0
บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) ได้รับการขนานนามว่าเป็น บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ แมนชั่นศิลปะยุควิคตอเรียนแห่งนี้สร้างขึ้นโดยสาธุคุณเฮนรี ดี. อี. บูล (Henry D. E. Bull) ในปี ค.ศ. 1863 ใกล้กับแม่น้ำ Stour เมือง Essex บ้านหลังนี้มีความสูง 3 ชั้น ห้องพักทั้งหมด 20 ห้อง มีอุโมงค์และคูหาใต้ดินอันสลับซับซ้อน

ก่อนหน้าที่บ้านหลังนี้จะสร้างขึ้น เรื่องราวสยองขวัญอันเป็นจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อราวศตวรรษที่ 12 ซึ่งที่ดินบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของโบสถ์ไม้ บ้านของสัปปะเหร่อ และอาคารอื่นๆ จนกระทั่งปี 1362 ที่มีเรื่องราวเล่าขานกันมานานว่าเป็นช่วงที่ที่ดินบริเวณนี้ถูกใช้สร้างเป็นสำนักสงฆ์แห่งนิกายเบเนดิกต์ และไกลออกไปราว 7 ไมล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของบอร์เลย์เป็นที่ตั้งของสำนักแม่ชีเบอร์สคอนแวนต์ แม่ชีสาวคนหนึ่งตกหลุมรักกับพระในสำนักสงฆ์แห่งบอร์เลย์ ทั้งคู่วางแผนจะหลบหนีโดยมีการช่วยเหลือจากเพื่อนของพระในสำนักสงฆ์เดียวกัน แต่ทั้งสามหารู้ไม่ว่าแผนการได้ล่วงรู้ไปถึงหูผู้ใหญ่เสียแล้ว

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ
Borley Rectory ในปี 1890

จนกระทั่งในคืนที่ทั้งหมดจะหลบหนีโดยใช้รถยนต์ขับออกไป พระและแม่ชีผู้ใหญ่จากสองสำนักจึงทำการเข้าจับกุมและสำเร็จโทษ พระที่ทำหน้าที่ขับรถช่วยให้ทั้งคู่หลบหนีถูกตัดศีรษะ ส่วนพระที่เป็นคู่รักกับนางชีแห่งเบอร์สคอนแวนต์ถูกแขวนคออย่างทารุณ และแม่ชีสาวผู้เคราะห์ร้ายก็ถูกขังทั้งเป็นอยู่ภายในอุโมงค์ก่ออิฐในชั้นใต้ดินของสำนักสงฆ์จนสิ้นใจตายอย่างทรมาน

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ
โบสถ์ Borley ถ่ายก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1

ปี 1862 สาธุคุณเฮนรี ดี. อี. บูล รับตำแหน่งเป็นอธิการแห่งบอร์เลย์ซึ่งเขาสร้างอาคารก่ออิฐขนาดใหญ่ไว้เป็นบ้านพักในปีต่อมา ทั้งยังต่อเติมปีกอาคารเพิ่มขึ้นอีกในปี 1875 ทั้งนี้เจฟเฟรย์ (P. Shaw Jeffrey) ที่เป็นหนึ่งในแขกผู้เข้าพักระหว่างปี 1885 อ้างว่าถูกก้อนหินขว้างมาใส่จากมือที่มองไม่เห็น การถูกทำร้ายของเขาคล้ายกับปรากฏการณ์โพลเตอร์ไกส์ท (Poltergeist) ที่วัตถุต่าง ๆ ถูกยกลอย ขว้างปา จากมือที่มองไม่เห็น และในปีเดียวกันนี้เองที่อดีตครูใหญ่โรงเรียนโรยัลแกรมมาร์ (Royal Grammar School) อ้างว่าตัวเธอและกลุ่มศิษยาภิบาลรวมทั้งครอบครัวที่ได้พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ได้พบกับวิญญาณของแม่ชีที่มีใบหน้าซีดเซียวอยู่ภายในหน้าต่างบานหนึ่งของบ้านระหว่างงานเลี้ยงอาหารมื้อค่ำ เหตุการณ์ในครั้งนี้ส่งผลให้เจ้าของบ้านตัดสินใจปิดตายหน้าต่างบานนั้นทันที

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ
ในปี 1944 ช่างภาพของนิตยสารไลฟ์ (LIFE magazine) ถ่ายติดภาพอิฐก้อนหนึ่งถูกขว้างจากมือที่มองไม่เห็นโดยบังเอิญ

วันที่ 7 พฤษภาคม 1892 สาธุคุณแฮร์รี บูลล์เสียชีวิตภายในห้องสีฟ้า (The Blue Room) ของตัวบ้าน ซึ่งลูกชายของเขาที่ชื่อเดียวกัน (ต่อมาจึงถูกเรียกใหม่ว่า Harry Bull) จึงครอบครองบ้านหลังนี้สืบต่อจากบิดา และในวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1900 ลูกสาวสามคนของครอบครัวบูลล์ ได้เห็นร่าง ๆ หนึ่งตรงบริเวณที่เรียกในภายหลังว่า ทางเดินแม่ชี (Nuns Walk) อันเป็นทางเดินตรงไปยังด้านหลังของบ้าน เมื่อน้องสาวคนที่สี่เดินเข้ามาสมทบกับพี่ ๆ ทั้งสามเพื่อทักทายผู้มาเยือนแปลกหน้า กลับพบว่าร่างดังกล่าวได้อันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตา

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ
ห้องสีฟ้า (The Blue Room)

แฮร์รี่ยังเล่าอีกด้วยว่า มีคนพบเห็นแม่ชีกับผีพระที่เคยเป็นคนรักของเธอด้วย ผู้คนมากมายเคยเห็นร่างของแม่ชีในชุดสีเทาเดินไปรอบ ๆ สวนบริเวณบ้านและเดินทะลุตามพุ่มไม้ นอกจากนี้ยังเห็นพระและแม่ชีเดินผ่านบริเวณสนามด้านหน้า หลายคนกล่าวว่าพวกเขาเคยเห็น “สุภาพสตรีในเสื้อคลุมสีเทา” และ “สุภาพบุรุษศีรษะล้านในชุดคลุมสีดำยาว”

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ

วันที่ 9 มิถุนายน 1927 แฮร์รี่เสียชีวิตใน “ห้องสีฟ้า” เช่นเดียวกับบิดาของเขา ก่อนหน้านี้แฮร์รีอ้างว่าเขาได้ “สื่อสารกับวิญญาณ” และเขาตั้งใจจะโยนลูกเหม็นให้เห็นภายในบ้านหลังจากที่ตายไปแล้ว ภายหลังการจากไปของแฮร์รี่ บ้านหลังนี้จึงไม่มีผู้ครอบครองเป็นเวลาหลายเดือน จนกระทั่งฤดูใบไม้ร่วงปี 1927 ขณะที่บ้านพักยังไม่มีคนเข้ามาอาศัยนั้น ช่างไม้ในท้องถิ่นนามว่าคาร์ทไรท์ (Fred Cartwright) บอกว่าเขาได้พบเห็นแม่ชีถึง 4 ครั้งในเวลาต่างกันตรงหน้าประตูบ้าน

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ
ห้องวาดภาพของ Borley Rectory ในปี 1890

วันที่ 2 ตุลาคม 1928 สาธุคุณกาย อีริค สมิธ (Guy Eric Smith) และภรรยาย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านพักแห่งบอร์เลย์หลังนี้ เขาได้ยินเสียงกระซิบและคร่ำครวญว่า “อย่า คาร์ลอส…อย่าทำ” ซึ่งชื่อ “คาร์ลอส” นี้ เป็นชื่อเล่นของสาธุคุณเฮนรีในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากนี้ครอบครัวสมิธยังได้ยินเสียงกระดิ่งที่ประตูบ้านดังอย่างไม่ทราบสาเหตุ หรือแม้แต่ประสบกับการขว้างปาหินก้อนเล็ก ๆ โดยที่ไม่มีผู้กระทำ ได้ยินเสียงเดิน กุญแจหายไปจากที่ที่วางไว้และการที่ไฟในบ้านก็เปิดขึ้นกะทันหัน ซึ่งคนที่ทำหน้าที่ควบคุมรถม้าของครอบครัวยังอ้างว่าเขาเห็นวิญญาณพระเดินทะลุประตูบ้านด้วย

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ
งานเลี้ยงน้ำชาของครอบครัวสมิธ สาธุคุณไลโอเนล ฟอยสเตอร์ และ มาริแอนน์ ฟอยสเตอร์

ช่วงเดือนตุลาคม 1930 สาธุคุณไลโอเนล ฟอยสเตอร์ (Lionel Foyster) และภรรยาที่ชื่อมาริแอนน์ (Marianne) รวมทั้งบุตรบุญธรรมของพวกเขาย้ายเข้ามาพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ ซึ่งแฮร์รี ไพรส (Harry Price) ผู้ทำการศึกษาการสิงสู่และปรากฏการณ์ประหลาดในบ้านหลังนี้ในอีกหลายปีต่อมา เรียกช่วงเวลาที่ครอบครัวฟอยสเตอร์เข้ามาพักอาศัยว่าเป็น “กรณีพิเศษที่สุดและเป็นรายงานที่ดีที่สุดของการสอบสวนเหตุการณ์การสิงสู่ของสิ่งเหนือธรรมชาติในงานวิจัยทางด้านปรจิตวิทยา”

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ

ตุลาคมปี 1930 จนกระทั่งถึงตุลาคมปี 1935 เป็นช่วงที่ไลโอเนสและมาริแอนน์ ฟอยส์เตอร์และบุตรพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ ซึ่งมีบันทึกว่าเกิดเหตุการณ์โพลเตอร์ไกส์ทกว่า 2000 ครั้ง ในปีต่อมามาริแอนน์พยายามอธิบายถึงที่มาของปรากฏการณ์อาถรรพ์เหล่านี้ แม้ว่าบางเหตุการณ์เธอจะไม่สามารถอธิบายได้ก็ตาม เช่นเหตุการณ์การปรากฎของข้อความที่ไม่ทราบแหล่งที่มาบนผนังและกระดาษ รวมทั้งเสียงระฆังที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ การปรากฏกายของแฮร์รี่ บูล (ซึ่งเสียชีวิตไปนานแล้ว) หรือแม้แต่การที่วัตถุที่ทำด้วยแก้วโผล่พรวดขึ้นมากลางอากาศก่อนที่จะร่วงลงพื้น หนังสือ ก้อนหินเล็ก ๆ และเศษเหล็กที่ไม่มีที่มาที่ไปปรากฏให้เห็นโดยที่หลายครั้งจะถูกมือที่มองไม่เห็นขว้างไปยังที่ต่าง ๆ พวกเขาจึงตัดสินใจทำพิธีไล่ผี แต่หลังจากนั้นสถานการณ์กลับยิ่งแย่ลงเมื่อร่างของมาริแอนน์ถูกโยนออกจากเตียงขณะที่เธอนอนหลับอยู่หลายต่อหลายครั้ง

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ
ข้อความที่ไม่ทราบแหล่งที่มาบนผนังและกระดาษ

ระยะเวลา 5 ปีที่ครอบครัวฟอยสเตอร์เข้ามาอาศัยอยู่กลับให้ความรู้สึกที่ตรงกันข้ามกับผู้คนทั่ว ๆ ไปที่เคยได้ยินกิตติศัพท์ของบ้านเพราะพวกเขาไม่ได้รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย สาเหตุที่แท้จริงในการย้ายออกก็เนื่องจากอาการเจ็บป่วยของสาธุคุณไลโอเนลที่ส่งผลต่อหน้าที่การงานของเขา หลังจากที่ครอบครัวฟอยสเตอร์ย้ายออกไปบ้านก็ร้างผู้อาศัยอีกครั้งเป็นระยะเวลากว่า 2-3 ปี แต่เหตุประหลาดยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ว่ากันว่ามาริแอนน์ ฟอยสเตอร์ ผู้เป็นภรรยาของสาธุคุณไลโอเนลเป็นแรงหนุนสำคัญให้เกิดกรณีเหตุประหลาดที่รุนแรงที่สุดก็ตาม แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนและหลังครอบครัวฟอยสเตอร์ย้ายเข้ามาได้

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ
มาริแอนน์ ฟอยสเตอร์

ปี 1936 อธิการโบสถ์นามว่า เอ. ซี. เฮนนิง (A.C Henning) พบหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับวันโลกาวินาศ (Doomsday Book) อันบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในบอร์เลย์แห่งนี้ในช่วงก่อนปี 1066 หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วเขาสรุปว่าคริสตจักรที่ทำด้วยไม้ที่เคยมีอยู่อาจสร้างขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน

แฮร์รี ไพรสกล่าวว่า “ทุกคนที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ตั้งแต่ที่มันสร้างขึ้นเมื่อปี 1863 และทุกคนที่พบเจอกับเหตุการณ์ประหลาดที่เมื่อสืบสาวราวเรื่องแล้ว ต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่ามันคืออาถรรพ์” ไพรสได้รับโอกาสในการศึกษาเรื่องราวการสิงสู่ในบ้านเมื่อไม่มีใครกล้าที่จะพักอาศัยในบ้านผีสิงอีกต่อไป เขาทำสัญญาเช่าบ้านพักเพื่อทำการศึกษาเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มและป่าวประกาศใน The Times ว่าเขาเป็น “ผู้ที่น่าเชื่อถือที่มาพักผ่อน ณ บ้านผีสิงอันลือชื่อและกอปรไปด้วยสติปัญญา ความกล้าหาญ มีวิจารณญาณและเป็นกลาง” การรวมทีมเพื่อสืบสวนเรื่องเหนือธรรมชาติเริ่มขึ้นเมื่อได้สิทธิ์ในการทำสัญญาเช่า ณ เดือนมิถุนายน 1937-1938 ซึ่งเหตุการณ์โพลเตอไกส์ทเกิดขึ้นในระหว่างหนึ่งปีที่ทำการศึกษา โดยมากมักอยู่ในรูปแบบการเคลื่อนที่ของวัตถุออกจากที่วางเดิมของมันและเสียงฝีเท้าต่าง ๆ ที่เดินย่ำไปมา

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ
แฮร์รี ไพรส กับ ครอบครัวเฮนนิง

หลังจากที่ไพรสและทีมงานเสร็จสิ้นภารกิจ บ้านหลังดังกล่าวจึงกลายมาเป็นสมบัติของกัปตันวิลเลียม เกร็กสัน (Captain William Gregson) ที่ซื้อกรรมสิทธิ์ขาดเพื่อเป็นที่พักอาศัยของตนและสมาชิกเป็นครอบครัวสุดท้าย ครอบครัวสมิธติดต่อกับ The Daily Mirror ในเดือนมิถุนายน 1929 เพื่อขอความช่วยเหลือ สื่อจึงติดต่อกับนักปรจิตวิทยาแฮร์รี ไพรส ซึ่งเดลีมิร์เรอร์ส่งนักข่าวชื่อ ซี. วี. วอลล์ (C. V. Wall) เข้าไปยังแมนชั่นผีสิงในวันที่ 10 มิถุนายน เพื่อส่งผลการรายงานปรากฏการณ์อาถรรพ์เพื่อตีพิมพ์ในครั้งแรก วอลล์ได้ฟังเรื่องราวจากครอบครัวสมิธและเห็น “แสงลึกลับ” ที่เกิดขึ้นในหน้าต่างขณะที่ทำรายงานด้วยตัวเอง

วันที่ 12 มิถุนายน แฮร์รี ไพรส มาถึงยังบ้านพักเป็นครั้งแรกพร้อมกับเลขานุการของเขาชื่อนางสาวลูซี เคย์ (Miss Lucie Kaye) ซึ่งรายงานผลการสังเกตการณ์ว่าพวกเขาเห็นก้อนหินและวัตถุอื่น ๆ ถูกโยนข้ามห้อง และวอลล์รายงานในภายหลังอีกด้วยว่าเขาเห็นร่างของแม่ชี

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ
แฮร์รี ไพรส กับ ลูซี เคย์

ไพรสย้อนกลับมาอีกครั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน เขารายงานปรากฏการณ์ต่าง ๆ อีกมากมายรวมทั้งการปรากฎของเหรียญกษาปณ์แบบคาธอลิคและอีกหลายบทความ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่หยุดหย่อน

วันที่ 14 กรกฎาคม 1929 ครอบครัวสมิธย้ายออกเนื่องจาก “ขาดสิ่งอำนวยความสะดวกและได้รับความรำคาญเนื่องจากการประชาสัมพันธ์ในรายงานของหนังสือพิมพ์” ณ ขณะนั้น

บ้านพักแห่งบอร์เลย์ (Borley Rectory) บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในอังกฤษ

ในที่สุดบ้านหลังนี้จึงประสบเหตุอัคคีภัยเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1939 เมื่อเกร็กสันหกล้มแล้วทำเอาตะเกียงน้ำมันตกขณะเก็บหนังสือเข้าชั้น ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าในขณะที่เปลวไฟลามเลียตัวบ้านอยู่นั้น เขาเห็นร่างโปร่งแสงยืนอยู่บริเวณหน้าต่างบ้าน ซึ่งในที่สุดบ้านก็ถูกรื้อถอนในปี 1944


อ้างอิง: Demonology – ปีศาจวิทยา, Foxearth

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

error: Content is protected !!