เตือนติดแฮชแท็กไม่เหมาะสม ระวังโดน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ปฏิบัติการปราบปรามเนื้อหาไม่เหมาะสม

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 8 ต.ค. ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อม พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท.และ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ร่วมแถลงผล “ปฏิบัติการปราบปราม เนื้อหาไม่เหมาะสม” สืบสวนปราบปรามผู้ที่เผยแพร่สื่อในเนื้อหาไม่เหมาะสม รวมถึงผู้ร่วมขบวนการบนสื่อออนไลน์และเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้อง

หลังจับกุม นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1520/2562 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ข้อหาตามมาตรา 14(3) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐาน “นำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรฯ” จับกุมได้ที่บ้านพักในซอยอารีย์สัมพันธ์ 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากปลายสัปดาห์ที่แล้วมีผู้ไม่หวังดีได้ก่อกระแสข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยการติดแฮชแท็ก (Hashtag) และโพสต์ข้อความเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม โดยผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีนี้โพสต์ข้อความเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมผ่านเฟซบุ๊กอันจะสร้างความเกลียดชัง จนมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นประมาณ 100 ข้อความ และแชร์โพสต์ต่อกว่า 50 ครั้ง ดังนั้นจึงสั่งการให้ บก.ปอท. สืบสวนติดตาม จนสามารถยื่นคำร้องขอศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุด จำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท

ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ แต่ไม่มีเจตนากระทำผิด ซึ่งเมื่อตรวจสอบประวัติแล้วพบว่านายกาณฑ์ เคยโพสต์ในลักษณะที่เกี่ยวกับความมั้นคงมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งก็นับเป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระ โดยนายกาณฑ์ให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ว่า “ถึงอย่างไรก็จะสู้คดี โดยข้อกล่าวหานี้ถือว่ารุนแรงกับตัวเองมาก”

นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีเสรีภาพในการโพสต์ การแชร์หรือคอมเมนต์ แต่ต้องมีวิจารณญาณว่าเรื่องที่โพสต์ไปเป็นความจริงหรือไม่ และหากโพสต์ไปจะมีใครเสียหายหรือไม่ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่แชร์และคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวร่วมหลักร้อยนั้น จากนี้ก็จะพิจารณาว่าต้องเรียกเข้ามาสอบปากคำหรือไม่ต่อไป

และขอฝากเตือนว่าสำหรับประชาชนผู้ใดที่แชร์หรือส่งต่อข้อความลักษณะดังกล่าวจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(5) ต้องระวางโทษเท่ากับผู้โพสต์หรือผู้นำเข้าสู่ระบบเช่นกัน

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า สำหรับการโพสต์ข้อความติดแฮชแท็กที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว อาจจะไปเข้าข่ายตามความผิด มาตรา 112 หรือไม่ ด้าน นายพุฒิพงษ์ กล่าวว่า อันนี้ผมไม่ทราบ ทุกอย่างอยู่ในสำนวนว่าไปตามพยานหลักฐาน ขึ้นอยู่กับศาลเป็นผู้พิจารณา

เมื่อถามว่าการจับกุมนายกาณฑ์ โดยไม่มีหมายเรียกก่อน ถือว่ารุนแรงเกินไปหรือไม่นั้น นายพุฒิพงษ์ กล่าวว่า ทั้งหน่วยงานรัฐและตำรวจ ได้ดำเนินการตามกฎระเบียบและขั้นตอนเพื่อขอศาลออกหมายจับ ซึ่งเราไม่สามารถก้าวล่วงอำนาจศาลได้ ยืนยันว่าการจับกุมทุกครั้งต้องดำเนินการภายใต้ข้อมูลและข้อเท็จจริง ไม่ได้ตั้งเป้าใครเป็นศัตรูหรือใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน การที่จะดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดนั้นต้องทำตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หากไม่มีหลักฐานก็จะดำเนินคดีไม่ได้

ปฏิบัติการปราบปรามเนื้อหาไม่เหมาะสม

ขณะที่ พล.ต.ต.ไพบูลย์ กล่าวว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหา รายนี้คือโพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสมผ่าน Facebook สร้างความเกลียดชัง ในสังคม จนทำให้พี่น้องประชาชน เกิดความกังวล ตื่นตระหนกเสียหายในวงกว้าง ขอฝากไปถึงประชาชน ว่าผู้ใดที่พบเห็นข้อความลักษณะดังกล่าว ห้ามส่งโพสต์หรือส่งต่อ ให้เเจ้งทางปอท. ได้ที่เบอร์โทร 021422557 หรือ tcsd.go.th ดำเนินการตรวจสอบ

ปฏิบัติการปราบปรามเนื้อหาไม่เหมาะสม

ชมคลิป

ขอบคุณข้อมูลจาก: Khaosod, กรุงเทพธุรกิจ