พูดมากไปไหม!? “บิณฑ์” โดนคนด่าเผือก! หลังเผยเหตุ น้องอิน ไปอยุธยา ยันพูดความจริง ยอมเป็นหมา!!

จากกรณีการเสียชีวิตของ “น้องอิน ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี” จากอุบัติเหตุรถชนต้นไม้เสียชีวิตที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อมาเพื่อนน้องอินระบุว่า น้องขับรถไปหาคุณพ่อ ในขณะที่ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” กลับออกมาให้สัมภาษณ์ว่าน้องไปหาแฟนทอม ทำให้เกิดกระแสดราม่าว่าบิณฑ์ออกมาพูดแบบนี้ทำไม โหนกระแสหรือเปล่า

ล่าสุด รายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.20 น. ทางช่อง 28 ได้เชิญบิณฑ์ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่น้องอินสนิท รวมถึง “คุณต้น ภัทรวรรธน์ กรุณา” มูลนิธิพุทไธสวรรย์ ประจำจุด สภ.บางปะอิน “คุณเจมส์ ศิริวัฒน์ ภาคเจริญ” มูลนิธิพุทไธสวรรย์ ประจำจุด สภ.บางปะอิน มาร่วมชี้แจงกันกลางรายการ หลังจากที่มูลนิธิถูกสังคมตราหน้าเป็นมูลนิธิโจร ขโมยโทรศัพท์น้องอิน

คุณบิณฑ์ คุณเป็นประเด็นสังคม ไปรู้จักครอบครัวน้องอินได้ยังไง ?

บิณฑ์ : ผมไปเล่นละครแล้วเจอน้องอิน ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ น้องอินเป็นเด็กที่ดีมาก กตัญญู หาเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่ 4 ขวบ น่ารักมาก เลยบอกว่าน้องอินขอให้มาเป็นลูกผมมั้ย แม่เขาบอกว่าไม่เอา งั้นเป็นน้องแล้วกัน เป็นเด็กน่ารัก ก็ให้เรียกพี่ตลอด ก็สนิทสนมกัน ผมไปไหนเขาว่างก็ไปกับผมตลอด ผมก็คิดว่าน้องอินเป็นน้องแท้ ๆ คนหนึ่ง รู้จักตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนถึง 20 ทุกครั้งไม่ว่าเขาจะไปทำอะไรก็แล้วแต่ก็จะโทร. คุยกัน ผมไปวัด ไปนั่งสมาธิเขาก็ตามไป 3-5 วัน ก็นุ่งขาวห่มขาวตลอด ผมไปเก็บศพเขาก็ไป เป็นคนที่มีจิตใจที่ดีมาก เป็นคนที่ผมรู้จักมา น้องอิน อะไรไม่ดีเขาก็ไม่เอา เป็นคนมีความคิดเหมือนผู้ใหญ่ ที่ผมออกมาพูด ที่ผมต้องออกมาแทนคุณแม่ เพราะผมเห็นแล้วว่าสภาพวันนั้นคุณแม่โทร. มาหา เสียใจร้องไห้ เราก็รู้สึกว่าเหมือนใจเราจะขาดเหมือนกัน

รับแจ้งตอนไหน ?

ต้น : ตอน 07.40 น. ไปถึงไม่เกิน 08.00 น.

บิณฑ์ : ผมรู้เรื่องตอน 10 โมง แม่โทร. มาร้องห่มร้องไห้ฟังไม่ได้ศัพท์ ผมก็บอกให้ใจเย็น ๆ ผมเรียกแม่ว่าลัดดาเฉย ๆ ไปเจอที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ผมก็ไปรอ แม่ยังมาไม่ถึง

ตอนแรกตกใจไหม ?

บิณฑ์ : ผมหน้าซีด ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่นหรือเปล่า จังหวะที่น้องแอม ดาราช่อง 7 บอกว่าพี่คนที่เล่นหนังกับเราชื่อ ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี เขาบอกว่าเสียชีวิตแล้วนะ ผมวูบเลย จังหวะแม่โทร. มาพอดี ผมอยู่โรงพยาบาลทั้งวัน ผมเจอคุณหมอแล้ว คุณแม่บอกว่าอย่าผ่าได้มั้ย เพราะคุณหมอเขาต้องผ่าพิสูจน์ คุณหมอก็ถามว่ามีประกันชีวิตมั้ย เขาก็บอกว่าไม่มี นี่พูดเรื่องจริงนะเดี๋ยวมาต่อว่าผมอีก พูดตามเนื้อผ้า ก็บอกว่าไม่มีครับ ไม่มีใครติดใจอะไร ก็ไม่ผ่าให้ วันรุ่งขึ้น ผมไปเอาร่างน้องอินออกมา ผมก็ติดต่อทั้งเรื่องให้ผู้ใหญ่ติดต่อทางจราจรอยุธยาให้ เพราะต้องทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณของน้องจากที่ประสบอุบัติเหตุ ก็ให้ลูกน้องไปทั้งพุทไธสวรรย์ ทั้งร่วมกตัญญู ผมก็รออยู่ ไปรออยู่ที่วัด ก็สั่งดอกไม้ 3 วันนี้ผมจัดการดูแลให้ทั้งหมด เรื่องเผาเรื่องลอยอังคารผมจัดการให้ทั้งหมด

ที่ทำเพราะสนิทกับน้อง ?

บิณฑ์ : ใช่ครับ ไม่ถึง 5 วัน ผมไปกินข้าวกับน้องและคุณแม่

มีลางบอกเหตุอะไรไหม ?

บิณฑ์ : ไม่นะ มีแค่มาปรึกษาผมเรื่องทำธุรกิจ เขาจะทำอยู่แล้วแต่มาปรึกษาว่าจะให้ผมลงหน้าแฟนเพจผม เรื่องธุรกิจของเขาเกี่ยวกับครีม ผมก็บอกว่าได้ไม่มีปัญหา เอางี้ดีกว่า เดี๋ยวก่อนสงกรานต์มาว่ากันอีกที กินข้าวกันเสร็จก็คุยกันสักพักหนึ่ง อีกวันหนึ่งประมาณเที่ยงวันที่ 6 น้องอินก็ไลน์มาหาว่าว่างเมื่อไร วันรุ่งขึ้น 10 โมงเช้านั่นแหละ ถึงรู้วาน้องอินเสียชีวิต มันทำให้เรารู้สึกว่าเราเพิ่งคุย เพิ่งกินข้าวกันมา มันช็อก มันเร็วเกินไป

เรื่องประเด็นที่มีการพาดพิงถึงน้องในมุมไม่ค่อยดี และเรื่องที่น้องไปอยุธยา ?

บิณฑ์ : เรื่องราวทั้งหมดขอเอ่ยนาม เพราะมีคนคนหนึ่ง น้องเบล เป็นเพื่อนสนิทผู้ชาย วันที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ผมเจอน้องเบล ก็พูดคุยกับน้องเบล ก็มีประเด็นนี้ แต่ผมไม่ได้มีอะไร ก็ฟัง มันมีมาอีกคนคือ น้องไทม์ เป็นผู้หญิงลักษณะผู้ชาย เป็นสาวหล่อมาคนหนึ่ง ผมได้ฟังข้อมูลมาก็โกรธ ไม่พอใจสาวหล่อ

ทำไมถึงโกรธ ?

บิณฑ์ : เบลเล่าให้ฟังว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ลงดีเทล แต่เอาเป็นว่าผมโกรธ วันแรกที่เอาศพไปวัด น้องไทม์มารดน้ำศพ ผมก็อยากคุย ก็เรียกมาคุย เขาก็อธิบาย ก็ขอให้พูดเรื่องจริง ทุกอย่างที่เคยโกรธ เขาก็อธิบายโดยละเอียด เราก็รู้สึกว่าเรื่องจริงที่ฟังจากเบล จากไทม์ เรื่องจริงที่ฟังจากแม่ เพราะทุกคนประณามหรือกำลังเข้าใจว่าอินกินเหล้าเมา ทะเลาะกันกับแฟน ซึ่งเป็นเรื่องที่มันไม่ใช่ ผมก็ถามเลยตอนคุยกับไทม์ เขายืนยันว่าน้องสติสัมปชัญญะดีมาก ไม่ได้ทะเลาะกันด้วยแต่ว่าเสียงดังนิดหน่อย ตีสองครึ่งยังคุยกับน้อง

น้องไทม์อยู่ไหน ?

บิณฑ์ : อยู่อยุธยา

ความน่าจะเป็น น่าจะไปหาน้องไทม์ ?

บิณฑ์ : ถูกต้อง

น้องไทม์บอกไม่เมา ?

บิณฑ์ : ไม่เมา ไม่ง่วง ไม่อะไรทั้งนั้นเลย ลักษณะตอนตีสองครึ่งยังคุยไม่รู้เรื่องเพราะฝนตก ประเด็นคือน้องอินบอกว่าเดี๋ยวเจอกันแล้วค่อยคุยกันอีกทีหนึ่ง เดี๋ยวขับรถก่อน จนกระทั่งเกือบตีสาม น้องอินก็ไม่ถึงสักที ทางนี้ก็เลยโทร. หา น้องอินก็ไม่รับสาย ตีสี่โทร. หาก็ไม่รับสาย นั่นคือสิ่งที่ผมรู้และผมฟังมา สิ่งที่ผมพูดถามว่าผมพูดมากไปมั้ย ถ้าผมไม่พูด สังคมจะรู้ได้ยังไงว่ามันคืออะไรไม่ใช่ไปต่อว่าน้องอิน หรืออะไร ผมรู้ว่าคนเสียชีวิตไปแล้ว ไม่ควรเอามาพูดในทางเสียหาย คนที่เข้าไปคอมเมนต์ควรมีความคิดหน่อย ไม่ใช่ไปต่อว่าเขา คุณแม่เขายังอยู่ ยังไม่เสียชีวิต ต้องให้กำลังใจเขา ไม่ใช่มาต่อว่า แล้วมาบอกว่าผมพูดมาก ผมต้องพูดความจริง

ตัวเพื่อนบอกว่าพ่อน้องโทร. หาน้อง 6 สาย แล้วก็บอกว่าให้รีบไปหาพ่อที่อยุธยา ต่างกับที่พี่พูด ?

บิณฑ์ : ผมว่ากรณีที่บอกว่าคุณพ่อโทร. เข้ามา อันนั้นผมว่าอาจมีการอยากจะออกตรงจุดนั้นหรือเปล่า เพราะจริง ๆ แล้วคุณพ่อไม่ได้อยู่กับน้องอินมาตั้งแต่แบเบาะ แยกทางกันตั้งแต่วันนั้น ในตรงนี้คุณพ่อไม่มี เมื่อวานคุณพ่อก็ยังไม่ได้มา

ถ้าตามที่เพื่อน ๆ บอกคุณพ่อคงมาแล้ว ?

บิณฑ์ : ใช่

เพื่อนน้องอินขึ้นข้อความในไอจีแล้วบอกว่าสิ่งที่เธอพูดเป็นข้อเท็จจริง เพราะเธอเห็นว่ามีเบอร์คุณพ่อโทร. มา ทางน้องอินบอกเพื่อนว่าพ่อขอให้ไปด่วน ?

บิณฑ์ : ก็เป็นสิ่งที่ผมทราบมาอย่างนั้น แต่การที่ผมพูดออกไป สังคมเลยถามว่าผมไปเสือกอะไร ผมเลยต้องออกมาพูด ผมยังเสือก เพราะอยากให้สังคมรู้ว่านี่คือสิ่งที่คนเข้าใจผิด ผมก็ไมรู้เหมือนกัน ผมก็สนิทกับน้องอิน เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง

เกือบเป็นพ่อบุญธรรม ?

บิณฑ์ : แล้วผมสามารถพูดได้ เพราะคุณแม่น้องอินบอกว่าให้พูดแทนด้วยเพราะเขาพูดอะไรไม่ได้เลย คุณแม่น้องอินบอกว่าประมาณอาทิตย์กว่า ๆ คุณพ่อเคยโทร. มาหาน้องอิน ให้ระวังเรื่องรถ สงกรานต์อย่าออกไปเที่ยวไหนให้อยู่บ้าน

เหมือนโทร. มาเตือน ?

บิณฑ์ : ใช่ ไม่รู้คุณพ่อเขามีเซ้นส์อะไร คุณพ่อบอกว่าให้ระวังเรื่องรถ สงกรานต์อย่าไปเที่ยวไหน คุณแม่ยังมาบอกให้ผมฟังเลย น้องอินยังบอกว่าไม่ต้องห่วงหนูหรอก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจผมขอพูดนิดหนึ่ง เหมือนกับว่าการตายของน้องอินเป็นการฆาตกรรม พอผมพูดถึงน้องไทม์ ก็เรียกน้องไทม์มาสอบปากคำ เรียกน้องเบล เรียกเพื่อนสนิททั้งหมด ผมอยากจะถามว่าเพื่ออะไร วันนี้น้องอินเขาตายโดยอุบัติเหตุไม่มีคู่กรณี แล้วเรียกเขามาสอบปากคำข้อหาอะไร เขาทำอะไรผิดเหรอ ที่คุยกับคุณแม่เขาบอกว่าพอพี่บิณฑ์สัมภาษณ์ไป ก็โดนเรียกไปสอบปากคำ ผมก็อยากจะถามว่าเรียกเขาไปสอบปากคำเพื่ออะไร สอบปากคำทำไม ผมฝากถามเลย เขาไม่ได้โดนฆาตกรรม เป็นอุบัติเหตุแล้วแม่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ทำไมถึงต้องทำกันขนาดนี้

เห็นบอกว่าน้องอินน่าจะเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่ตอน 7 โมงกว่า ๆ แต่น่าจะเกิดตอนตี 3 ?

บิณฑ์ : น่าจะโดยประมาณ เพราะว่าน้องไทม์ยังบอกว่าตอนตีสองครึ่งยังคุยกับน้องอินอยู่ แต่ตีสามไปแล้ว โทร. ไปโทรศัพท์ไม่รับ ตีสี่ก็ไม่รับ โทร. ไปเกือบ 30 ครั้ง มันผิดปกติ แต่น้องไทม์เขาเข้าใจว่าน้องอินงอน เพราะเขาก็เพิ่งรู้ว่าน้องเสียชีวิตตอน 9 โมงเช้าเหมือนกัน ก็เลยคิดว่าน่าจะเกิดตอนตีสาม

คุณต้นเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุเป็นคนแรก ?

ต้น : ผมเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุกับทีมอีก 2-3 ท่าน เป็นชุดแรก รับแจ้งตอนประมาณ 07.40 น. ว่ารับแจ้งอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ช่วงถนนกาญจนาภิเษก ทางต่างระดับ ใกล้เคียงกับถนนเชียงราก ไปถึงจุดเกิดเหตุใช้เวลาไม่นานเท่าไร พอถึงจุดเกิดเหตุมีประชาชนยืนอยู่ 2-3 ท่าน ลงไปเห็นสภาพน้องนั่งอยู่บนเบาะคาดเบลท์อยู่ ก็จับสัญญาณชีพเบื้องต้นว่าน้องยังมีชีวิตอยู่มั้ย ตรวจสอบแล้วมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ บริเวณหน้า และร่างกายที่ค่อนข้างบอบช้ำ เรายืนยันว่าน้องเสียชีวิตแล้ว แต่ไม่สามารถนำร่างน้องออกมาได้ตามปกติต้องใช้เครื่องมือถ่างประตูเพื่อนำร่างน้องออกมา ชิ้นส่วนรถกระจัดกระจายค่อนข้างมากพอสมควร

ตัวน้องเริ่มเสียชีวิตนานหรือยัง ?

ต้น : ถ้าตามที่ผมคิด ถ้าน้องเกิดเหตุตอน 6-7 โมง ช่วงนั้นรถค่อนข้างเยอะน่าจะมีคนเห็น แต่เราคิดว่าน้องน่าจะเสียก่อนหน้านั้นเพราะตอนกลางคืนการจราจรส่วนมากจะมีรถใหญ่ ไม่มีรถสัญจรมากเท่าไร เพราะในเส้นนั้นไม่มีบ้านเรือนประชาชน ค่อนข้างจะมืด แล้วรถน้องหลุดมาข้างทาง ถ้าไม่สังเกตจะไม่เห็น

น่าจะเป็นไปตามที่พี่บิณฑ์บอก ?

ต้น : ก็ไม่แน่ใจ แต่โดยประมาณ ซึ่งตอนฝนตกหนักประมาณตีสี่ ช่วงรับแจ้งเหตุฝนหยุดตกแล้ว แต่ถนนค่อนข้างเปียกอยู่

เห็นบอกว่าคุณก็โดนผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ?

ต้น : ก็ตามที่เป็นข่าว เขาบอกว่าทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้หยิบโทรศัพท์น้องไป หยิบสร้อยน้องไป ตามเพจบางเพจ ที่เขียนข่าวน้อง ซึ่งบอกว่าน้องกำอะไรเอาไว้ ซึ่งตอนที่เราไป มือน้องไม่ได้กำอะไรเอาไว้ทั้งสิ้น แล้วโทรศัพท์วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ สภอ.บางปะอิน เจอซากชิ้นส่วนโทรศัพท์แล้ว เครื่องค่อนข้างเสียหาย ตอนที่ผมไปถึง ณ จุดเกิดเหตุผมไม่ได้เห็นน้องผมเห็นแต่ธนบัตรปลิวกระจัดกระจายตามหญ้า มีกระเป๋าของน้องกระเด็นอยู่ ทางผมและทีมงานเก็บได้อยู่พันกว่า ผมไม่แน่ใจและเก็บใส่ในกระเป๋าน้องไว้ แต่ ณ ตอนนั้นเราหาเอกสารอะไรไม่เจอ แล้วให้ทางเจ้าหน้าที่สายตรวจ เพื่อรอเจ้าหน้าที่ร้อยเวรมาเปิดเพื่อตรวจค้น

มีการกล่าวอ้างว่าภาพที่หลุดออกมาเป็นภาพน้อง เอามาวางบนถนน ออกมาจากพวกคุณหมดเลย ?

ต้น : ภาพที่ถ่ายเป็นภาพจากมูลนิธิจริง ก็ยอมรับ

ไม่สมควรหรือเปล่า ?

ต้น : ตอนแรกเราถ่ายเพื่อลงในไลน์ของกลุ่มเราเท่านั้น ผมไม่ทราบว่าหลุดออกมาได้ยังไง การทำงานของมูลนิธิ เราจะต้องถ่ายภาพเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

บิณฑ์ : ตอนนั้นที่เจอร่างไม่รู้ว่าเป็นน้องอิน ก็ถ่ายรูปบัตรประชาชนหาว่าใครรู้จักน้องบ้าง ผมทำมูลนิธิผมก็รู้ว่าจะทำวิธีไหนที่จะติดต่อญาติได้ ถ้าไม่เจอโทรศัพท์ เจอบัตรประชาชนก็สงสารญาติพี่น้อง ก็ต้องแชร์ว่าเกิดอุบัติเหตุ ใครเป็นญาติพี่น้อง ก็ต้องแชร์ไป

เป็นเรื่องปกติของมูลนิธิ แชร์ให้กระจายหน่อย ?

บิณฑ์ : เราไม่ได้มาประจานอะไร แต่น้องเป็นคนดัง ถ้าไม่ดังก็ไม่มีอะไร เป็นเรื่องปกติ

ต้น : ที่เราทำ ทีมงานไม่ทราบจริง ๆ ซึ่งพอเราได้โพสต์ก็มีคนมาแสดงความคิดเห็นว่าน้องเป็นดารา

บิณฑ์ : ตอนผมสัมภาษณ์ มีนักข่าวถามว่าเรื่องโทรศัพท์ ผมก็สงสัย ทางทีมงานพุทไธสวรรย์ อินบ็อกซ์ไปหาแบมบี้ เพื่อนน้องอิน ได้ยังไง เพราะต้องหมายถึงเจอโทรศัพท์แล้ว

ต้น : อันนี้คือผมพิมพ์หาในเฟซบุ๊กตามบัตรประชาชน น้องได้พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็เจอเฟซบุ๊กของน้อง ก็อินบ็อกซ์ไปหาคนที่เขาแท็กหากันบ่อย ๆ ผมไม่ได้ไปหาในเพื่อน ก็เลยทักไปทางอินบ็อกซ์ว่ารู้จักคนนี้มั้ย ตอนนี้คนคนนี้เป็นแบบนี้ ให้ติดต่อมาทางมูลนิธินิดหนึ่งเพราะน้องเขาเกิดอุบัติเหตุ

รู้สึกท้อไหม ?

ต้น : ท้อนะครับ แต่พวกผมคือจิตอาสา ทุกคนมีงานประจำทำ ทุกคนแบ่งเวลาเพื่อมาทำงานอาสา ต้องแจ้งนิดหนึ่งว่าอาสาเราไม่มีเงินเดือนนะครับ บางคนแจ้งว่าเรามีเงินเดือนกิน ไปส่งโรงพยาบาลแล้วได้เงิน ส่งศพแล้วได้ตังค์ ต้องแจ้งนิดหนึ่งว่าไม่ใช่นะครับ

บิณฑ์ : ผมทำงานนี้มา 30 ปี ผมเจอทุกประเด็นมาหมด ท้อไม่เคยท้อ แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำ เราทำด้วยความตั้งใจจริง เราทำไม่มีอะไรแอบแฝง เราไม่เคยขโมยของศพ เราทำด้วยใจจริง แต่คนที่พูดเขาอาจจะทำแล้วมาพูดว่าเราเหมือนเขาหรือเปล่า ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวทุกอย่างก็คลี่คลายเอง แล้วมีใครออกมาขอโทษเขามั้ย

พอน้องเสียชีวิตมีมาทุกทาง รวมถึงถนนเส้นนั้น มีคนเสียชีวิตจุดของน้อง 4-5 ราย คร่าชีวิตคนไปเป็นว่าเล่น ?

เจมส์ : ไม่จริงครับ มีแต่บริเวณรอบ ๆ จุดตรงนั้นเป็นต้นก้ามปูเป็นสะพานข้ามทางรถไฟ

ต้น : ถ้าคนไม่ชินทาง ขับรถมาก็จะเหิน ตอนช่วงน้องขับมามีฝนตก อาจจะลื่นหรือเปล่า ด้วยน้องไม่ชินทาง ซึ่งมันก็มีองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง

มีอะไรอยากจะพูดกับหลาย ๆ คนที่ดูอยู่ เขาว่าคุณเป็นมูลนิธิโจร ?

ต้น : ก็อยากให้เข้าใจว่ามูลนิธิทุกคนทำงานด้วยใจ ไม่มีอะไรแอบแฝง แล้วทุกคนเรามาทำงานตรงนี้เต็มที่ เราเจอตรงนี้ทำให้เราท้อใจ แต่เราก็หาหลักฐานมาแก้ต่างจนได้ว่าเราไม่ได้เอาไป

พี่บิณฑ์ครับ กรณีที่สังคมว่าคุณไปเสือกอะไรเขาอีกแล้ว ?

บิณฑ์ : ก็ยอมรับว่าเข้าไปเสือก แต่อยากให้ทุกคนรู้แล้วกระจ่างว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ไม่ใช่ไปพูดกันเอง ถ้าผมพูดก็เป็นความจริงทั้งหมด วันนี้แม่น้องอินจะแถลงข่าว ถ้าผมจะเป็นหมาผมก็ยอม ไม่เป็นไร สิ่งที่ผมพูดเพราะผมรักน้องอิน ผมรักครอบครัวนี้ ถ้าผมไม่ออกมาพูด แม่ก็ไม่พูดแล้วใครจะออกมาพูด เพราะเขามีกันแค่สองคนแม่ลูก เขาไม่เคยปรึกษาใคร นอกจากผม จะว่าผมเสือก ผมโหนกระแสก็พูดกันไป ผมจะไปโหนกระแสอะไร ผมพูดความจริง ก็อยากให้เข้าใจผมด้วย

"บิณฑ์" สุดเศร้า!! เพิ่งเจอกันเมื่อ 3 วันก่อน เคยเตือน "น้องอิน" เรื่องขับรถเร็วแล้ว กู้ภัยเผยสภาพศพแทบรับไม่ได้

"บิณฑ์" สุดเศร้า!! เพิ่งเจอกันเมื่อ 3 วันก่อน เคยเตือน "น้องอิน" เรื่องขับรถเร็วแล้ว กู้ภัยเผยสภาพศพแทบรับไม่ได้

"บิณฑ์" สุดเศร้า!! เพิ่งเจอกันเมื่อ 3 วันก่อน เคยเตือน "น้องอิน" เรื่องขับรถเร็วแล้ว กู้ภัยเผยสภาพศพแทบรับไม่ได้

"บิณฑ์" สุดเศร้า!! เพิ่งเจอกันเมื่อ 3 วันก่อน เคยเตือน "น้องอิน" เรื่องขับรถเร็วแล้ว กู้ภัยเผยสภาพศพแทบรับไม่ได้

"บิณฑ์" สุดเศร้า!! เพิ่งเจอกันเมื่อ 3 วันก่อน เคยเตือน "น้องอิน" เรื่องขับรถเร็วแล้ว กู้ภัยเผยสภาพศพแทบรับไม่ได้


อ้างอิง: Kapook,

แบ่งปัน