“บิณฑ์” สุดเศร้า!! เพิ่งเจอกันเมื่อ 3 วันก่อน เคยเตือน “น้องอิน” เรื่องขับรถเร็วแล้ว กู้ภัยเผยสภาพศพแทบรับไม่ได้

จากอุบัติเหตุสลดเมื่อนักแสดงวัยรุ่นที่มีผลภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง อย่าง “น้องอิน” น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี อายุ 20 ปี ประสบอุบัติเหตุรถบีเอ็มดับเบิ้ลยู ทะเบียน 5กบ5248 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำบนถ.กาญจนาภิเษก ตะวันตกฝั่งขาออก จากแยกทางหลวง 347 ถึง ต่างระดับบางปะอิน บริเวณก่อนถึงสะพานข้ามทางรถไฟเชียงรากเล็กน้อย โดยสภาพรถหมุนฟาดต้นไม้ ท่ามกลางฝนตกอย่างหนัก เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่งศพส่งรพ.ธรรมศาสตร์รังสิต

สำหรับความคืบหน้า ที่รพ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นางลัดดา เชิดชูบุพการี คุณแม่ของน้องอิน เดินทางมารับศพลูกสาวด้วยความเศร้าโศกเสียใจและร่ำไห้อยู่ตลอดเวลา โดยแม่น้องอินกล่าวว่า เมื่อตอนตี 1 กว่ายังโทร.คุยกับลูกสาวอยู่เลย เพื่อถามว่ากลับบ้านหรือยัง ซึ่งลูกสาวบอกว่ากลับคอนโดแล้ว แต่ไม่รู้ว่าตอนเช้าไปส่งเพื่อนที่อยุธยาหรือไม่ ประกอบกับตอนเช้าฝนตกด้วย

นางลัดดากล่าวอีกว่า น้องอินเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งแต่เล็ก ที่ผ่านมาก็ทำงานช่วยครอบครัวและตัวเองมาตลอด โดยกำลังวางแผนทำธุรกิจและวางแผนซื้อบ้านให้แม่ด้วย จากนั้นเตรียมตั้งศพน้องอินสวดพระอภิธรรมที่วัดราชสิงขร ย่านเอเชียทีค โดยตั้งสวดศพ 3 คืน เนื่องจากเกรงติดสงกรานต์

ขณะที่ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ที่เดินทางมาพร้อมกับแม่น้องอิน เผยว่า “รู้จักน้องอินมาตั้งแต่ยังเด็ก โดยน้องอินเป็นเด็กดีและขยัน ซึ่งเมื่อ 3 วันก่อนยังนั่งกินข้าวพูดคุยกันอยู่เลย และไม่มีลางสังหรณ์ว่าน้องจะจากไปเร็วเช่นนี้ โดยหลังจากทราบว่าน้องอินจากไป รู้สึกช็อกและรู้สึกเสียใจมาก ซึ่งก่อนหน้านี้เคยนั่งรถบีเอ็มคันที่เกิดอุบัติเหตุไปทำธุระกับน้องอิน โดยน้องอินขับรถเร็วมากและเตือนน้องอินไปแล้ว แต่สุดท้ายก็มาเกิดเรื่องร้ายขึ้น”

“ปกติน้องอินจะไปไหนมาไหนกับแม่ตลอด โดยแม่จะขับรถให้ แต่อย่างว่าแม่เป็นคนซื้อรถให้น้องอินขับ” บิณฑ์กล่าว


ก่อนแม่น้องอินจะหันมาตอบว่า “แม่เห็นรถคันเดิมเก่าแล้ว ใช้ตั้งแต่สมัยน้องอินยังเด็กๆ เลยซื้อคันใหม่ให้”

ขณะที่ “นายศิริวัฒน์ ภาคเจริญ” และ “นายสถาพร ภาคเจริญ” เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิพุทไธสวรรย์ ที่ช่วยนำร่างของน้องอิน ออกมาจากรถ เผยว่า “หลังได้รับแจ้งมีรถเกิดอุบัติเหตุ จึงไปที่เกิดเหตุ พบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู สีขาว ตกไหล่ทางในสภาพพังเสียหาย ห่างจากคอสะพานข้ามทางรถไปประมาณ 20 เมตร และห่างจากต้นก้ามปูประมาณ 2 เมตร โดยต้นก้ามปูมีร่องรอยคล้ายถูกชน และมีคนติดภายใน สภาพกะโหลกศีรษะแตก ข้อมือขวาหัก ส่วนร่างกายมีรอยฟกช้ำ และมีเลือดไหลออกเป็นจำนวนมาก ตรวจไม่พบสัญญาณชีพจร จึงนำอุปกรณ์ตัดถ่างช่วยเหลือ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงนำร่างออกมาได้ ก่อนตรวจสอบรายชื่อผู้ประสบเหตุ และแจ้งให้ญาติทราบ”


อ้างอิง: Khaosod

แบ่งปัน